11 กรกฎาคม 2562 อากาศในจีนเริ่มมีคุณภาพดีขึ้น “ไหหลำ” ครองแชมป์อากาศดีที่สุด

ที่มา: https://mgronline.com/china/detail/9620000065749

รายงานระบุว่าจำนวนวันที่คุณภาพอากาศดีในเมือง 337 แห่งทั่วประเทศมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 80.1 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 0.4 ในช่วงเดือนม.ค. – มิ.ย. ความหนาแน่นของฝุ่นพิษขนาดเล็กหรือพีเอ็ม 2.5 (PM2.5) มีค่าเฉลี่ย 40 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 2.4 ในขณะที่ฝุ่นละอองพีเอ็ม10 และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก็มีความหนาแน่นลดลงเหลือร้อยละ 4.2 และ 14.3 ตามลำดับ ในช่วงเวลาดังกล่าว เมืองไหโข่วในมณฑลไห่หนาน เมืองลาซาในเขตปกครองตัวเองชนชาติทิเบต และเมืองเซินเจิ้นเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศดีที่สุด 3 แห่งจาก 168 เมืองที่มีการสำรวจข้อมูล อย่างไรก็ดีความหนาแน่นของฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 ในกรุงปักกิ่ง เมืองเทียนจิน พื้นที่มณฑลเหอเป่ยกลับมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 โดยมณฑลเหอเป่ย ซานซีและเหอหนานติดอันดับคุณภาพอากาศแย่ที่สุด ภัยต่อสุขภาพของมลพิษในหมอกควันนั้น เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือที่มีหน่วยเป็นพีเอ็ม (Particle Matter หรือ PM) ซึ่งมีอยู่ 2 ขนาดคือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กว่า 10 ไมครอน (PM10) และฝุ่นละอองทีมีขนาดเล็กว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) อันเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก สามารถผ่านเข้าไปได้ลึกถึงระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากขนจมูกไม่สามารถที่จะกรองป้องกัน นอกจากนั้นยังสามารถผ่านเข้าไปในกระแสเลือด จึงมีอันตรายมากกว่าฝุ่นละอองขนาดใหญ่ โดยมีหลักฐานแน่ชัดว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทั้งในเมืองของประเทศที่กำลังพัฒนา และประเทศที่พัฒนาแล้ว ผลกระทบของหมอกควันกับสุขภาพประชาชนนั้น มีตั้งแต่โรคหัวใจ โรคปอด และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในผู้ป่วยโรคหัวใจ กับผู้สูงอายุ ขณะที่คนทั่วไปก็มีความเสี่ยงร้ายแรงกับระบบทางเดินหายใจ